สารจากประธานกรรมการ

สำหรับอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลของประเทศไทยในปีการผลิต 2567/2568 ปริมาณอ้อยเข้าหีบของประเทศยังคงอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ศักยภาพ เนื่องจากผลกระทบจากสภาพอากาศและการปรับตัวของเกษตรกรต่อโครงสร้างต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น โดยภาพรวมอุตสาหกรรมยัง คงต้องเผชิญกับความท้าทายในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่และการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับกลุ่มบริษัทน้ำตาลครบุรี (KBS) ในปีการผลิตที่ผ่านมา บริษัทสามารถบริหารจัดการกระบวนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงให้ ความสำคัญกับการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูกอ้อย การส่งเสริมการตัดอ้อยสดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกระดับประสิทธิภาพใน กระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มผลผลิตน้ำตาลต่อตันอ้อย (Yield) รวมถึงการควบคุมต้นทุนในทุกกิจกรรมการดำเนินงาน
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลในปีการผลิต 2568/2569 คาดว่าตลาดโลกยังคงมีความผันผวนจากปัจจัยหลายด้าน อาทิ ผลผลิต น้ำตาลของประเทศผู้ผลิตหลักอย่าง บราซิล อินเดีย และไทย รวมถึงความต้องการใช้น้ำตาลและเอทานอลในตลาดพลังงาน โดยเฉพาะใน ประเทศบราซิลซึ่งการตัดสินใจระหว่างการผลิตน้ำตาลและเอทานอลยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อสมดุลน้ำตาลของตลาดโลก ในขณะเดียวกัน ความเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศจากปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา ยังคงเป็นปัจจัยที่จะส่งผลต่อผลผลิตอ้อยของ หลายประเทศในอนาคต รวมถึงความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งทำให้อุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับตัวและบริหารความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาลโลก กลุ่มบริษัทน้ำตาลครบุรี (KBS) ได้กำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์ในการดำเนิน ธุรกิจในระยะต่อไป ดังนี้
- ยกระดับประสิทธิภาพการผลิตตลอดห่วงโซ่อุปทาน (perational Excellence)
บริษัทมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพตั้งแต่ภาคการเพาะปลูกอ้อย การจัดการวัตถุดิบ การหีบอ้อย และกระบวนการผลิตน้ำตาล เพื่อเพิ่มผลผลิต ต่อไร่ (Yield) และเพิ่มอัตราการสกัดน้ำตาล (Recovery) พร้อมทั้งนำเทคโนโลยีและระบบดิจิทัลมาช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ต้นทุนและการผลิต - เสริมสร้างความร่วมมือกับชาวไร่อ้อยอย่างยั่งยืน (Sustainable Cane Development)
บริษัทให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพของชาวไร่อ้อยผ่านการส่งเสริมองค์ความรู้ เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ และการเพิ่ม ประสิทธิภาพการเพาะปลูก รวมถึงการสนับสนุนการตัดอ้อยสดเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับความยั่งยืนของอุตสาหกรรม - สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลิตภัณฑ์และธุรกิจต่อเนื่อง (Value-Added & Bio-Based Business)
บริษัทมุ่งต่อยอดจากผลพลอยได้ในกระบวนการผลิต เช่น กากอ้อยและกากน้ำตาล เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านธุรกิจพลังงานชีวมวล และผลิตภัณฑ์ ชีวภาพ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างรายได้ที่หลากหลายให้กับกลุ่มบริษัท - เสริมความแข็งแกร่งในตลาดน้ำตาลคุณภาพ (Quality Refined Sugar & Market Expansion)
บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำตาลคุณภาพสูงภายใต้แนวคิด FIRST Quality Refined Sugar เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรม อาหารและเครื่องดื่มทั้งในประเทศและต่างประเทศ พร้อมทั้งขยายโอกาสทางการตลาดในภูมิภาคและตลาดใหม
ท้ายที่สุดนี้ ในนามของคณะกรรมการบริษัทและฝ่ายบริหาร ขอขอบคุณผู้ถือหุ้น ชาวไร่อ้อย คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกท่าน ที่ให้การ สนับสนุนและความเชื่อมั่นต่อบริษัทด้วยดีเสมอมา กลุ่มบริษัทน้ำตาลครบุรี (KBS) จะมุ่งมั่นทุ่มเทในการดำเนินธุรกิจอย่างรัดกุม โปร่งใส ยึด #MARKER:PART_1 ส่วนที่ 1 การประกอบธุรกิจและผลการดำเนินงาน 2 หลักธรรมาภิบาล เพื่อให้กลุ่มบริษัทน้ำตาลครบุรี (KBS) เติบโตอย่างยั่งยืน และพร้อมรับการแข่งขันในอุตสาหกรรมและพร้อมที่จะก้าวขึ้นเป็น องค์กรชั้นนำในธุรกิจอ้อย น้ำตาล และชีวพลังงานในอนาคตต่อไป
ขอแสดงความนับถือ